OurStories

เธอกลับมาแล้ว

posted on 23 Dec 2007 00:16 by totell in OurStories


นับจากวันย้ายร้านมาที่ใหม่ เธอก็หายไปไม่ได้ตามมา

ถามไถ่ถึงข่าวคราว เขาว่าเธอหลบไปพัก
เขาว่าไม่นาน เธอก็จะกลับมาเมื่อแข็งแรง

นับวัน จนรวมกันได้เกือบปี
ไม่มีเรื่องของเธอให้ได้ยิน
จนคิดว่าบางที เธอคงเหนื่อยเกินไปกับวันเก่าๆ
อาจทรุดโทรมจนเกินกว่าจะกลับมาอยู่ด้วยกัน

แต่แล้ว...ราวอาทิตย์ก่อน ก็มีคนเห็นเธอวนเวียนผ่านหน้าร้านใหม่
มีข่าวแว่วให้ได้ยินว่า ไม่นานแล้วที่เธอจะกลับมา

แล้วความหวังที่แทบไม่เหลือให้หวังก็กลับมีหวัง
ขาดเธอไป ก็เหมือนขาดอ้อมกอดอุ่นๆ ให้พักพิงใจ
สำหรับพวกเราชาว 'ร้านเล่า' ทั้งหลายในยามเหนื่อยล้า

รู้ว่าเธอจะกลับมาก็คอยชะเง้อหา
จนถึงวันนี้ตอนเย็นย่ำ
เธอก็มายืนยิ้มให้ใครต่อใครตะลึงอยู่หน้าร้าน

เธอคนเดิมที่พวกเราคิดถึง

อยากให้เธอกอด แต่ก็ยังไม่วายเขิน
ก็เธอกลับมาแล้วด้วยโฉมใหม่... สวยหวานจนใครๆ หัวใจสั่น
หวั่นว่าเธอคนเดิม จะยังอบอุ่น และหลับสบายเหมือนเดิมไหม

............................................................

 

 

.............................................................................

ก่อนแปลงโฉมใหม่ มีใครยังจำกันได้หรือเปล่า

 

เดินเล่นๆ

posted on 19 Dec 2007 11:09 by totell in OurStories

เชียงใหม่มหานคร: มองผ่านกระจกบานโตหน้าร้านเล่า ถนนนิมมานเหมินท์ช่วงชั่วโมงเร่งด่วน
เช้าใกล้ ๘ โมง เย็นตั้งแต่ ๕ โมงถึงทุ่มกว่าๆ ไม่ต่างจาก “มหานคร”
รถเยอะ ควันแยะ เสียงดัง...และอื่นๆ อีกมากมาย

แต่เชียงใหม่ก็ยังเป็นเชียงใหม่ ถนนนิมมานฯ รถติดก็จริง
แต่ติดเป็นช่วงๆ ไม่ติดเป็นตังเมเหมือนเมืองฟ้าเมืองอมรเขาหรอก
ถ้าไม่รีบ...เดินเลียบถนนสายสั้นๆ ขนาด ๔ เลนส์ นี้ได้สบายมาก
วันว่างวันหยุดเชิญหย่อนอกหย่อนใจได้...พกหมวกและแว่นตาดำบังแดดสักหน่อย
ก็เฉิดฉายลั่นลาสบายอารมณ์ได้ตั้งแต่ต้นถนนยันสุดถนน...

ยิ่งช่วงนี้ไฮซีซั่น...สาวเก๋หนุ่มเท่ห์เมืองกรุงเดินชนไหล่กันทั่วถนนนิมมานฯ
ว่าแล้ว...ยามบ่ายเมื่อวันอาทิตย์ทื่ผ่านมา (๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๐)
ถือโอกาสทำตัวเป็นนักท่องเที่ยวกับเขาบ้าง
 
เริ่มสตาร์ทหม่ำข้าวที่ “ร้านดินดี” ร้านสร้างจากดินหลังเล็กๆ น่ารัก ขนมอร่อย...
อาหารทำช้าหน่อยไม่เป็นไร เพราะมีไวน์บ้านอุโมงค์จิบให้ชื่นอุราระหว่างรอท่า
ต้มข่าไก่ สลัดผัก ฯลฯ...อาหารเรียงรายเต็มโต๊ะ
มื้อนี้ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของ “ร้านเล่า” เป็นเจ้าภาพ ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยขอรับ

หลังจากอิ่มหมีพลีมันแล้ว ทำตัวติสท์แตกเสียหน่อย เดินลั่นลาลั่นหล่าไปชื่นอุรา
ในงานแสดงภาพที่ "หอศิลป์" ชั้น ๑ ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ของพระเทพฯ
เป็นภาพถ่ายเมื่อเสด็จเยือนทิเบต สีสวย มุมมองแตกต่างไม่เหมือนใคร
เสียดายไม่ได้ดูอย่างพินิจ แต่เห็นอารมณ์ขันในภาพหลายภาพ

ชั้น ๒ นิทรรศการศิลปะญี่ปุ่นใกล้ตัว เชื่อมสัมพันธ์ ๑๒๐ ปีไทย-ญี่ปุ่น
และนิทรรศการภาพถ่ายเชียงใหม่ ค่อยๆ เดินละเลียด...
เห็นชัดเลยว่า เชียงใหม่โตเร็ว โดยเฉพาะช่วง ๓๐ ปีมานี้
รูปถ่ายเชียงใหม่เมื่อปี ๒๕๑๐ แยกอมารีรินคำ ถนนนิมมานฯ ถนนห้วยแก้ว
เล็กและแคบมากๆ คล้ายถนนในหมู่บ้านตามต่างจังหวัด ไม่มีสิ่งปลูกสร้างสูงลิบ
สามสิบปีผ่านไป เชียงใหม่กลายเป็นเด็กสมบูรณ์ (เกินเหตุ)
คล้ายๆ ด.ช.ซองทรัพย์ (อยากรู้จักด.ช.ซองทรัพย์คลิ๊กไปที่เรื่อง “พุงกับความสุข”)

ส่วนในสุดเป็นนิทรรศการ Japanese Calligraphy
ไม่มีภาพสีสด แต่นิทรรศการส่วนนี้แสดงหลากเทคนิคการเขียนอักษรญี่ปุ่นด้วยพู่กัน
มีโต๊ะสำหรับให้ผู้มาเยือนลองเขียนตัวอักษรญี่ปุ่นด้วยพู่กันและหมึกตามแบบฉบับแดนอาทิย์อุทัย
ควบคุมการเขียนและเสริมสร้างกำลังใจโดย ครูชาวญี่ปุ่น
เขียนสวยหรือไม่สวย เซเซ (ครู) ก็ปรบมือชมเปาะ

ลอกเรื่องราวกำกับนิทรรศการส่วนนี้มาฝากจ้ะ
“การเขียนพู่กัน “โชโดะ” (Shodo) เป็นศิลปะการเขียนตัวอักษรชั้นสูง
ตัวอักษรคันจิ (ตัวอักษรแบบจีน) เป็นตัวอักษรที่ประเทศญี่ปุ่นได้รับถ่ายทอดมาจากจีนแต่โบราณ
รูปแบบการเขียนตัวอักษรคันจิ ได้แก่ tensho, reisho, kaisho, gyosho และ sosho
ในสมัยเฮอัน ค.ศ.794-1185 ได้คิดค้นตัวอักษรที่เรียกว่า ตัวอักษรคานะ (Kana)
โดยการใช้ตัวอักษรจีนแทนเสียงอ่านภาษาญี่ปุ่น (sogana, manyogana)
และได้พัฒนามาเป็นอักษรฮิรางะนะที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน”

ส่วนที่ประทับใจ เห็นจะเป็นภาพวาดสีน้ำอารมณ์ดี
โดย คุณ Katsue Nakanishi (นาคานิชิ คะซึเอะ)
คุณ Katsue เรียกงานของตัวเองว่า “Shinwaga” อ่านว่า “ชิน-วะ-งะ”
หมายถึง ภาพคำพูดจากใจ คำพูดในใจ คำรำพึงในใจ คำกระซิบในใจ
ซึ่งสื่อความเหล่านี้ด้วยตัวอักษรและภาพวาด
แม้ไม่ได้เจอะเจอศิลปินตัวเป็นๆ แต่สัมผัสได้ถึงตัวตนของศิลปิน
ผ่านเส้น สี แสง เงา และถ้อยคำ

(แอบเข้าไปดูรูปบางส่วนได้ที่เว็บของแม่น้องภู http://bhudit.diaryis.com/?20071209)

คุณ Katsue หวังว่า “Shinwaga” ที่เธอวาดขึ้นด้วยใจทั้งดวง
จะเป็นเสมือนวงกลมที่เชื่อมประสานใจ และแผ่ขยายวงกว้างยิ่งๆ ขึ้นไป
เหมือนความหมายของคำว่า  “Shingetsurin” อ่านว่า “ชิน-เก็ทซึ-ริน”
(Shin=จิตใจ, getsu=พระจันทร์ และ rin=รูปร่างกลม)
งานครังนี้ของคุณ Katsue ได้รับแรงบันดาลใจ
จาก Ryokan นักเขียน Tanka ในสมัยเอโดะ ไม่มีรูปสีสนุกมาฝาก
แต่มีถ้อยคำ-กวี-ปรัชญาบน “จดหมายภาพ” ของคุณ Katsue มาฝากจ้ะ

“ถ้าพรุ่งนี้อากาศดีท้องฟ้าแจ่มใส
อยากให้จิตใจของฉันเบิกบานตามไปด้วย”
“จิตใจของฉัน ยังเป็นสาวน้อยอยู่เลย”

“ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ที่ทุกคนมอบให้”
“ยิ้มแย้มสงบอารมณ์”
“เกื้อหนุนด้วยคำว่า ไม่เป็นไร ยังเป็นไปได้”
“ทางเดิน ทางลัด หรือทางอ้อม ก็เดินด้วยความเพลิดเพลิน สนุกสนานกันเถอะ”

“จิตใจกลายเป็นหนุ่มเป็นสาวได้ด้วยจดหมายภาพ (เอะเตกามิ)”
“รักษาความหนุ่มสาวไว้ในจิตใจกันเถอะ”
“หล่อเลี้ยงความปิติสุขในใจให้งอกงามอย่างพิถีพิถัน”
“จิตใจยังอยู่ได้ ไม่ยับเยิน ก็เพราะเธอ”

“แม้เพียงเสียงฝีเท้าก็ปรากฏตัวตนของเรา จึงต้องเดินอย่างสุภาพ”
“คำพูดคนเดียวของฉัน ปิดบังไว้ไม่ให้คนอื่นฟังดีกว่า”
“ยังอยู่ในวัย ๖๐ ยังคงอยู่ในสภาวะแห่งการค้นหา”
“มาถึงนี้แล้ว ฉันได้พยายามหรือเปล่า ได้แต่อับอายในความเกียจคร้านที่ผ่านมา”

“ลองอดทนดูอีกสักหน่อย”
“อะไรๆ ก็สะดวกขึ้นทุกอย่าง แต่ไม่สามารถก้าวตามความเร็วของความสะดวกนั้นไปได้”
“โปรดให้กำลังใจฉันต่อไป ด้วยคำว่า “ตอนนี้ก็ยังไม่สายเกินไปนะ””

ออกจากหอศิลป์ เดินต้วมเตี้ยมๆ ข้ามถนนไป "หอประชุมมอชอ" เที่ยวงานโครงการหลวง
แวะนอนนวด “สปาสะพุย” (นวดจับเส้น) ของแม่ๆ ปกาเกอญอ งานนี้ใครชอบกินผัก
คงต้องเดินเช็ดน้ำลาย เพราะมองไปทางไหนก็มีแต่ผัก ผัก ผัก แล้วก็ผัก
 
เรื่อยๆ เปื่อยๆ จนแดดร่มลมตก...เดินกลับ “ร้านเล่า” สบายอุรา
หลายคนบอกว่า ถนนนิมมานเหมินท์คล้ายทองหล่อที่กรุงเทพฯ
ไม่แน่ใจเพราะไม่คุ้นเคยกับทองหล่อ
เชียงใหม่โตเร็ว คนเยอะ รถแยะ
โดยเฉพาะช่วง "ไฮ" ถนนนิมมานฯ แทบระเบิด
แต่ถนนเส้นเล็กๆ สายนี้ก็เป็นเสน่ห์ของเมืองเชียงใหม่ไปเสียแล้ว...

คนใหญ่คนโตบ้านเราเมืองเราจะมองเห็นและอยากสงวน “เสน่ห์” ของเมืองเชียงใหม่บ้างไหมหนอ
เพราะมีข่าวแว่วมาบ่อยๆ ว่าจะตัดและขยายถนนเพิ่มแถวๆ หลังมอ
รวมถึงถนนนิมมานฯ ถนนพราวเสน่ห์เส้นนี้เสียด้วยสิ
นึกไม่ออกว่า ต่อไปเราจะเดินเลาะ เดินละเลียดบนถนนขนาดบิ๊กเบิ้มได้อย่างไร 

คงต้องเพิ่มถ้อยคำของคุณ Katsue ว่า
“ทางเดิน ทางลัด ทางอ้อม ทางแคบ หรือทางกว้าง 
ก็เดินด้วยความเพลิดเพลิน สนุกสนานกันเถอะ”