GoodBooksMustTell

ในบางแห่งบางที่บนโลก โอกาสดูเหมือนเป็นดังน้ำในแม่น้ำ ให้ผู้คนตักตวงไขว่คว้าได้ไม่หมดสิ้น หลุดมือพลาดทำหกเสียหายไปครั้งหนึ่งก็ตักขึ้นมาใหม่อีกครั้งได้ไม่รู้จบ จนบางครั้งกลายเป็นไม่ระวัง หรือแม้แต่ตั้งใจทิ้งขว้างราวเป็นของไม่มีค่า

แต่ในบางแห่งบางที่บนโลกใบเดียวกัน โอกาสกลับเป็นเหมือนน้ำบ่อน้ำกลางทะเลทรายอ้างว้าง ให้คนต้องลงแรงเดินทาง ค้นหาโดยมีเดิมพันความผิดหวังกันด้วยชีวิตทั้งชีวิต

เศษเสี้ยวสิ่งของไร้ค่าของคนหนึ่ง จึงเป็นดังอัญมณีที่ส่องประกายแสงสว่างเป็นกำลังให้คนอีกคน

เหมือนเป็นเรื่องที่เลือกไม่ได้ จะเป็นริมฝั่งน้ำหรือกลางทะเลทราย ชีวิตเมื่อเกิดขึ้นมาแล้วก็ต้องเผชิญกับวันเวลาที่เหลืออยู่
แต่มันคงจะดีกว่านี้ หากแต่เพียงเราสามารถแบ่งปันส่งผ่านสายน้ำแห่งโอกาสจากแหล่งที่อุดมไปยังที่แห้งแล้งได้บ้าง ในเมื่อพลังอัจฉริยะภาพของมนุษย์ ได้ทำให้ทุกวันนี้ริมฝั่งน้ำและทะเลทรายอยู่ใกล้กันเพียงมือเอื้อมถึง เพียงแต่ถูกบดบังด้วยอคติและความเห็นแก่ตัวจากสัญชาตญานเอาตัวรอดแบบดึกดำบรรพ์ ที่สั่งให้เราสะสมความมั่นคงด้วยการกีดกันคนอื่นออกไป


Smallworld ฝากถ้อยคำชวนหันมองชีวิตของคนในทะเลทรายแห่งโอกาส ผ่านหนังสือเล่มบางชื่อ "บันทึกของหม่าเอี้ยน"



บันทึกเล่มบางจากสาวน้อยอายุ 13 เขียนถึงชีวิตประจำวันของครอบครัวธรรมดาๆ ที่ขึ้นต้นด้วยประโยคธรรมดาๆที่ว่า “วันที่..................ปี 2000 อากาศแจ่มใส” ส่วนถ้อยคำต่อจากนั้นอัดแน่นด้วยความรู้สึกของเด็กตัวเล็กๆที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ก่อนวัย จากความแร้นแค้นของครอบครัวที่ยากจนเหลือแสน ความฝันที่จะได้เรียนหนังสือสูงๆ เพื่อที่จะได้หลุดพ้นจากความขมขื่นในชีวิต ความจริง ใส ซื่อ ของชีวิตเล็กๆ บนจุดเล็กๆ ของโลกใบนี้
ถูกปลดปล่อยผ่านสมุดบันทึกประจำวันเล่มบางจนวันหนึ่งก็เกิดปาฏิหาริย์ขึ้น สมุดบันทึกเล่มบางได้กลายเป็นประตูส่งผ่านความช่วยเหลือจากแดนไกลกลับมายังเธอและหมู่บ้าน

ศูนย์กลางจักรวาล

posted on 31 Mar 2007 18:15 by totell in GoodBooksMustTell

ครั้งหนึ่งมนุษย์เราเคยเชื่อกันว่าโลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาล มีพระอาทิตย์ พระจันทร์ และดวงดาวน้อยใหญ่โครจรอยู่รอบๆ เพราะเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง จึงคิดกันไปเองว่าสิ่งอื่นที่อยู่นอกโลกของตัวเอง ย่อมเป็นไปตามที่ตัวเองคิด

จนเมื่อได้ออกไปนอกตัวเอง ก็รู้ว่าโลกไม่ใช่ศูนย์กลางจักรวาล แต่จักรวาลนั้นกว้างใหญ่กว่าที่คิดไว้ และโลกก็เป็นเพียงดาวเคราะห์ดวงหนึ่งที่โคจรอยู่รอบดวงอาทิตย์เหมือนกับดาวเคราะห์อื่นๆ อีก 7 (เคยเป็น 8 ก่อนที่ดาวพลูโตจะถูกลดสถานะ) ซึ่งแม้ว่าจะทำให้ความยิ่งใหญ่ของโลกที่เคยคิดกันไปนั้นลดลง แต่ก็ทำให้เข้าใจปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อความอยู่รอดมากขึ้น

โลกไม่ใช่ศูนย์กลางจักรวาลแล้ว แต่คนหลายต่อหลายคนที่อาศัยอยู่บนโลก ยังคงคิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล ที่ทั้งคนด้วยกันและสิ่งอื่นๆ จะต้องโคจรอยู่รอบๆ เป็นไปตามที่ตัวเองคิด เมื่อไม่เป็นก็ทำทุกอย่างที่ทำได้ หาเหตุต่างๆ นานา ทั้งบังคับขู่เข็ญ อ้างความถูกต้องเหมาะควร(ของใคร)มาโน้มน้าวชักจูง กระทั่งกระแนะกระแหนประชดประชัน ยิ่งคนอื่นยอมให้ ไม่จะด้วยเกรงใจหรือเกรงกลัว เพราะรักหรือขี้เกียจต่อความ ก็ยิ่งได้ใจและยึดมั่นว่าตนเป็นศูนย์กลางไปจริงๆ

แต่จะมีใครที่มีกำลังเพียงพอจะควบคุมได้ทุกอย่าง เมื่อเสื่อมความนิยม หมดความน่าเชื่อถือ เมื่อต้องออกไปเผชิญกับโลกที่กว้างกว่าเก่า การยึดมั่นว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางมีแต่จะนำความทุกข์มาให้ไม่สิ้นสุด

อากาศตอนนี้ร้อนอยู่แล้ว ใครอยากร้อนใจกับเรื่องที่ไม่เป็นดังใจ ก็คงต้องปล่อยให้ร้อนกันไป ใครอยากใจเย็นอยากชวนให้อ่านหนังสือเล่มนี้

อินเดีย ที่ที่ทำให้ตัวเราเล็กลง

วดีลดา เพียงศิริ เขียน

สำนักพิมพ์วงกลมพิมพ์จำหน่าย

ชอุ่มศรีควงแขนหนวดน้อยเที่ยวอินเดีย เหมือนกาน้ำเดือดจับคู่กับกระติกน้ำแข็ง คนหนึ่งร้อนรุ่มเพราะต้องจัดการให้ได้ดังใจ อีกคนกลับนิ่งเย็นจนเหมือนไม่ได้มาด้วยกัน