โลกชีวิตและความรัก

posted on 05 Feb 2008 20:56 by totell in GetTogether

เมื่อความรักร้องเรียกเธอจงตามมันไป
แม้ว่าทางของมันนั้นจะขรุขระและชันเพียงไร
และเมื่อปีกของมันโอบรอบกายเธอ จงยอมทน
แม้ว่าหนามแหลมอันซ่อนอยู่ในปีกนั้นจะเสียดแทงเธอ
และเมื่อมันพูดกับเธอ จงเชื่อตาม
แม้ว่าเสียงของมันจะทำลายความฝันของเธอ
ดังลมเหนือพัดกระหน่ำสวนดอกไม้ให้แหลกราญไปฉะนั้น

....

เพราะแม้ขณะที่ความรักสวมมงกุฎให้เธอ
มันก็จะตรึงกางเขนเธอ
และขณะที่มันให้ความเติบโตแก่เธอนั้น
มันก็จะตัดรอนเธอด้วย
แม้ขณะเมื่อมันไต่ขึ้นไปสู่ยอดสูง
และลูบไล้กิ่งก้านอันแกว่งไกวในแสงอรุณ
แต่มันก็จะหยั่งลงสู่รากลึก
และเขย่าถอนตรงที่ยึดมั่นอยู่กับดินด้วย

....

ความรักจะรวบรวมเธอเข้าดังฝักข้าวโพด
มันจะแกะเธอออกจนเปลือยเปล่า
แล้วมันจะร่อนเพื่อให้เธอหลุดจากเปลือก
มันจะบดเธอจนเป็นผงขาวแล้วก็จะขยำจนเธออ่อนเปียก
แล้วมันก็จะนำเธอเข้าสู่ไฟอันศักดิ์สิทธิ์ของมัน
เพื่อว่าเธอจะได้กลายเป็นอาหารทิพย์ของพระเป็นเจ้า
ความรักจะกระทำสิ่งทั้งหมดนี้แก่เธอ
เพื่อว่าเธอจะได้หยั่งรู้ความลับของดวงใจเธอเอง
และด้วยความรู้นั้นเธอก็จะได้เป็นส่วนหนึ่งของดวงใจแห่งชีวิตอมตะ
แต่ถ้าหากด้วยความกลัว
เธอมุ่งแต่แสวงหาความสงบสุขและความสำราญจากความรัก
ก็จะเป็นการดีกว่าที่เธอควรจะปกคลุมความเปลือยเปล่าของตน
และหลีกหนีออกไปเสียจากลานบด ไปสู่โลกอันไร้ฤดูกาล
ที่ซึ่งเธอจะหัวเราะก็ไม่เต็มที่และจะร้องไห้ก็ไม่เต็มที่
ความรักไม่ให้สิ่งอื่นใดนอกจากตนเอง
และก็ไม่รับเอาสิ่งใดนอกจากตนเอง
ความรักไม่ครอบครอง และก็ไม่ยอมให้ถูกครอบครอง
เพราะความรักนั้นเพียงพอแล้วสำหรับตอบความรัก

....

เมื่อเธอรัก อย่าได้พูดว่า
พระผู้เป็นเจ้าอยู่ในดวงใจเรา
แต่ควรพูดว่าเราอยู่ในดวงใจพระผู้เป็นเจ้า
และอย่าได้คิดว่า
เธอสามารถนำแนวทางของความรักได้
เพราะถ้าความรักพบว่าเธอมีคุณค่าพอแล้ว
ก็จะเป็นผู้นำแนวทางของเธอเอง
ความรักไม่มีปรารถนาสิ่งอื่นใด
นอกจากที่จะทำตนเองให้สมบูรณ์
แต่ถ้าหากเธอรัก และจำต้องมีความปรารถนา
ก็ขอให้ความปรารถนาของเธอจงเป็นดังนี้

เพื่อจะละลายและไหลดังธารน้ำ
ซึ่งส่งเสียงเพลงกล่อมราตรี
เพื่อจะเรียนรู้ความปวดร้าว อันเกิดแต่ความอ่อนโยนละมุนละไมเกินไป
เพื่อจะต้องบาดเจ็บด้วยความเข้าใจในความรักของตนเอง
และเพื่อจะยอมให้เลือดหลั่งไหล
ด้วยความเต็มใจและปราโมทย์
เพื่อจะตื่นขึ้น ณ รุ่งอรุณด้วยดวงใจอันปิติ
และขอบคุณความรักอีกวันหนึ่ง
เพื่อจะหยุดพัก ณ ยามเที่ยง และเพ่งพินิจความสุขซาบซึ้งของความรัก
เพื่อจะกลับบ้าน ณ ยามพลบค่ำด้วยความรู้สึกสำนึกคุณ
และเพื่อจะหลับไปพร้อมกับคำสวดมนต์ภาวนา
สำหรับคนรักในดวงใจ
และเพลงสรรเสริญบนริมฝีปากของเธอ

......

จากหนังสือ ปรัชญาชีวิต (The Prophet) ของ คาลิล ยิบราน

ถอดความโดย ศาสตราจารย์ระวี ภาวิไล

.............................................

ชวนกันไปแล้วหนึ่งรอบ กลับมาชวนกันใหม่อีกหน

ฤกษ์ดีต้นเดือนแห่งความรัก  ในวันฉลองปีใหม่ของชาวมังกร

กับโอกาสครบรอบ 75 ปี การจากไปของหนึ่งกวีผู้ยิ่งใหญ่นาม คาลิล ยิบราน 

เชิญมิตรรักนักคิดอ่านร่วมแลกเปลี่ยนพูดคุยเรื่อง

“โลกชีวิตและความรัก” ของคาลิล ยิบราน

กับ สถาพร ศรีสัจจัง และจีรนันท์ พิตรปรีชา

ที่ สวนรุกขชาติ ห้วยแก้ว (ข้างสวนสัตว์เชียงใหม่)

วันพุธที่ 6 ก.พ. 51 บ่ายโมง เป็นต้นไป

Comment

Comment:

Tweet

รักดอกพวงครามเป็นอย่างยิ่งค่ะ
http://www.manshetat.com/sport.htm

#6 By اخبار مصر (41.130.68.123) on 2011-11-24 14:23

ไปไม่ทันง่ะ

#5 By ปอยปอย (202.28.25.133) on 2008-02-07 21:45

แวะมานั่งร้านเล่า
เล่าถึงปรัชญาชีวิตbig smile

#4 By sjtree on 2008-02-06 12:38

วันนี้แล้วสินะ
อยากไป..แต่ไปไม่ได้

ใครได้ไปก้อชวนกันมาแบ่งปันด้วยนะคะ

#3 By Nokontherock on 2008-02-06 10:05

อ่านได้แค่ "ทรายกับฟองคลื่น" , "ปรัชญาชีวิต" และ "ปีกหัก"
พ้นวัยนักศึกษา ก็เหมือนพ้นเรื่องปรัชญา
เพราะต้องมาเจอกับชีวิตจริง .. เฮ้อ

อ้อ กำลังจะส่งแบบ design อะไรบางอย่างให้ที่ร้านนะ
ขอโทษมากๆที่ช้า .. งานมันยากน่ะ 55

พอดีกลับมาก็ลุยๆหาเงินน่ะจ้า
ทางร้านก็สู้ๆเน้อ
อยากไปร่วมงานจัง
ชอบอ่านหนังสือของคาริล ยิบราน

แต่คงไม่ได้ไป
เพราะไม่ได้อยู่เชียงใหม่

ไว้โอกาสหน้าดีกว่านะsurprised smile

#1 By Sad love on 2008-02-05 23:47