เรื่องตื่นเต้น
posted on 02 Apr 2007 19:51 by totell in OurStoriesวันก่อนมีเรื่องให้ใจระส่ำ เมื่อคุณเจ้าของที่เช่าแจ้งให้ทราบว่า ร้านถูกงัด แต่โชคดีที่พี่ยามเห็นเข้าซะก่อน ผู้ต้องสงสัยจึงแยกย้าย ก่อนจะทันได้เอาอะไรไป ไม่อย่างนั้นคงแย่ เห็นเขาว่ามีรถกระบะมาจอดรอเชียว ถ้าโดนขนไปเป็นคันรถ งานนี้คงได้ปิดร้านกันจริงๆ แน่
มีฮีโร่มาช่วยไว้ หนังสือที่รักทั้งหลายเลยยังอยู่กันพร้อมหน้า รอคนอยากอ่านให้มาเลือกซื้อหา แทนที่ต้องไปกับใครก็ไม่รู้ที่หนังสือเห็นเป็นแค่ของขายได้ราคา
มีคนตั้งท่าจะขโมยหนังสือแบบนี้ แสดงว่าคงมีคนรับซื้อ แบบไม่สนว่าหนังสือจะมาจากไหน มีคนซื้อก็เลยมีคนหาไปขาย เป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่า เวลากลางวันก็ใช่ว่าจะปลอดภัยซะแล้ว เอาไปทีละเยอะๆ ไม่ได้ เอาไปทีละเล่มสองเล่มก็ยังดีทำนองนั้น
อันที่จริงเรื่องแบบนี้รู้กันมานานแล้ว แค่ยังเย็นใจว่าคงไม่ระบาดมาถึงเชียงใหม่ ยิ่งกับร้านหนังสือเล็กๆ ด้วยแล้ว ไม่น่าจะทำกัน ลืมคิดไปว่าคนทำเขาคงไม่รู้ ว่าที่พยายามกันอยู่นี่ก็ลำบาก อดๆ อยากๆ กันอยู่แล้ว ไม่น่าจะใจร้ายตั้งท่าจะทำลายความฝันกันอีก
ถ้าเขารู้ เขาจะทำไหม
แต่...เอ มีขโมยคนไหนบ้างที่ไม่รู้ว่าการขโมยนั้นทำให้คนอื่นเดือดร้อน หรือเขาอาจรู้ว่าเดือดร้อน แต่คิดว่าคงไม่เดือดร้อนมาก หรือเดือดร้อนก็ไม่ใช่เรื่องของเขา ชวนให้สงสัยต่อไปว่า ทำไมสังคมเราจึงมีคนที่อาจคิดได้แบบนั้น ทำไมจึงมีคนทำมาหากินแบบนี้อยู่
คิดไปคิดมาก็ท่าจะยืดยาว เหตุเกิดไปแล้ว คราวนี้คงต้องเข้มงวดกันมากขึ้น หน้าที่ของเราคือต้องปกป้องทรัพย์สินตัวเอง ถ้าไม่เปิดช่องให้เขามีโอกาส เขาก็ขโมยไม่ได้ เท่ากับช่วยเขาให้ไม่ต้องทำใครเดือดร้อนไปทางหนึ่งด้วย
และจะเกิดความหวาดระแวงและระวังมากขึ้นหรือเปล่า
แต่มันคงไม่ทำลายบรรยากาศความไว้วางใจต่อกันใช่ไหม
เคยประสบกับตัวเอง ที่วันหนึ่งแต่งตัวไม่ดี
ทำให้ทางร้านหนังสือแห่งหนึ่งเกิดความหวาดระแวง
นั้นทำให้ผมรู้สึกว่า มันเกิดความไม่ไว้วางใจต่อกัน
แต่นั้นก็เป็นสิทธิที่ทางร้านจะรู้สึกได้
ก็เอาใจช่วยนะครับ
#1 By อากาศกวี on 2007-04-02 21:03